The law that the Revenue Department is amending regarding income tax from foreign sources

กฎหมายที่สรรพากรกำลังแก้เรื่องภาษีเงินได้จากต่างประเทศ


เราไม่แน่ใจว่าครอบคลุมถึงบริษัทด้วยหรือไม่ หรือแค่บุคคลธรรมดา


มันยังมีบริษัทที่เปิดในประเทศที่มีสิทธิประโยชน์ภาษีต่ำหรือภาษีนิติบุคคลเป็น 0 อีกนะครับ


การจะเปิดบริษัทในประเทศต่างๆ ได้นั้น เราต้องศึกษาหรือถามผู้รู้กฎหมายครับ


คือหากเศรษฐกิจภายในประเทศไม่ค่อยสู้ดี สมมตินะครับ ทางเลือกของผมจะเป็น


1. ใช้บริษัทที่ผมมีอยู่แล้ว ขายบริการไปต่างประเทศ

- เงินได้โอนเข้าบัญชีธนาคารที่ต่างประเทศ เสียภาษีตามที่แต่ละประเทศกำหนด


2. เปิดบริษัทในเขตเศรษฐกิจพิเศษ หรือประเทศที่ยกเว้นภาษีนิติบุคคล

- เงินได้เก็บลงทุนต่อในประเทศนั้นๆ


เราสังเกตุมั๊ย บริษัทต่างๆ หรือแบรนด์มักมีบริษัทอยู่ในประเทศบางประเทศ


บางแบรนด์อาจโตมาจากประเทศหนึ่ง แล้วเปิดบริษัทในอีกประเทศอื่นๆ ที่พบมากสุดเวลาผมทำงานกับเจ้าของกิจการ หรือพันธมิตรที่เป็นแบรนด์จากต่างชาติ พบว่ามีบริษัทที่ฮ่องกง, อเมริกา, จีน, ไทย, และประเทศอื่นๆ


ส่วนระบบขายของออนไลน์ (E-Commerce) ที่ผมให้บริการ เปิดให้เช่าระบบรายเดือน รายปี เพราะผมลืมประเด็นนี้ เลยไม่ค่อยได้โปรโมท คือ หากใช้บริษัทในสิงคโปร์ หรือบางประเทศ ค่า transaction fee จะเป็น 0%


ส่วนระบบอื่นๆ ในมือของผม ที่ค่า transaction fee เป็น 0% ไม่จำกัดประเทศ ผมก็มีครับ ก็ยังไม่ค่อยได้โปรโมทครับ การรับทำเว็บขายของออนไลน์ ค่า transaction fee 0% เท่าไหร่นักครับ


ถามทำไมระบบ E-Commerce บางระบบมีค่าธุรกรรม (transaction fee) เราต้องคิดถึงว่า รายได้เขามาจากอะไรครับ คือ มาจากการขายผ่านระบบ และรายได้ค่าเช่าระบบรายเดือน รายปี ตัวของบริษัท ไม่ใช่ ระบบตลาดกลางค้าขายออนไลน์ (E-Market place) แต่เป็นระบบขายออนไลน์ แบบที่เป็นระบบของตนเอง (Own Channel) เป็นเว็บไซต์แยกให้เช่าใช้ โดยที่เขาไม่ได้บอกที่หน้าขายแผนบริการ ว่าเขามีรายได้จากค่าธรรมเนียม การใช้ช่องทางชำระเงินครับ โดยที่ ช่องทางชำระเงิน เขาก็ใช้เป็นแบบแบรนด์ของตนเอง

 

เช่น กรณีของ Shopify จะใช้ Shopify Payment กล่าวคือ ประเทศไหน ที่ใช้ Shopify Payment ส่วนมาก จะเป็น transaction fee 0% หรือไม่เก็บค่าธรรมเนียม เนื่องจากเขาได้ค่าธรรมเนียมนี้จากช่องทางชำระเงินของเขาเองอยู่แล้วครับ

มาต่อเรื่องภาษี ส่วนด้านการลงทุนหรือหุ้นปันผล หุ้นเติบโต ผมทำแบบนี้ครับ

ผมเปิดบริษัทที่ประเทศไหนได้ ผมจะลงทุนต่อในประเทศนั้นๆ โดยคำนึงถึงภาษี และโอกาสในการเติบโตในอนาคต

เช่น ผมอาจจะ เอาเงินเข้าไทยในปีนั้นๆ ตามสรรพากรกำหนด ส่วนที่เป็นทุน คือ ต้องศึกษาว่าอย่างไร คือ อาจเอากลับมาด้วย แล้วค่อยลงใหม่ในปีต่อๆ ไป ก็ต้องศึกษาว่า กำไร กับ ทุน การเอากลับ จะมีภาษีอย่างไร เช่นกันครับ คือถ้าภาษีสูงไป ไม่มีความจำเป็นต้องใช้ ผมจะปล่อยมันคา ปล่อยมันโตไปเรื่อยๆ ที่ต่างประเทศ หรือ คาไว้ต่างประเทศครับ

ต้องยอมรับว่า การที่รัฐกำลังทำเรื่องภาษีให้จูงใจนักลงทุนชาวไทยจำนวนมากในประเทศของเรา ทั้งรายใหญ่ รายย่อย ที่เอาเงินไปลงทุนในตลาดหุ้นอเมริกา หรือประเทศอื่นๆ ตรงนี้ เป็นประโยชน์มาก เนื่องจากในมุมของผมเอง ต้องการสร้างหุ้นปันผล ทั้งในประเทศไทย และต่างประเทศอยู่แล้วครับ ซึ่งจะเอาเงินปันผลที่ได้ กลับมาลงทุนกับหุ้นไทย หากไม่โดนภาษีโหดๆ ครับ เหมือนภาษีที่เป็นตัวเดิมที่ใช้อยู่จะโหดมากครับ ลองไปดูเรทกันดูครับ เลยทำให้จะเอาเงินกลับเข้ามา ต้องคิดหรือหาทางว่า เอากลับอย่างไร ให้ประหยัดภาษี