The budget for making a Shopify, WordPress, or other website system must include the cost of fixing website template issues.

ขอแชร์ประสบการณ์อีกเรื่อง ผมเคยทำเว็บไซต์เว็บหนึ่ง มันมีปัญหาเหมือนกับ คล้ายโดนอะไรบางอย่าง ต้องแก้ปัญหาเยอะมากจนเป็นคล้าย คิดไปเอง วิตกกังวล กลัวออกมาไม่ดี

จนกระทั่งมันออกมาได้ตามแบบ งานนั้นนานมาแล้วหลายปี โลโก้ ผมก็ให้กราฟิกดีไซน์ ทำให้มันออกมาดี ดีคือลูกค้าพอใจ
เว็บไซต์ออกมาลูกค้าไม่มีมาตำหนิ ตรงตามแบบ และแก้ไขปัญหา ที่เกิดจากแม่แบบต่างๆ
จากนั้น เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ซื้อแม่แบบมาทำเว็บไซต์ ต้องเผื่อเงินไว้แก้ปัญหา แก้บั๊กด้วย
จนทุกวันนี้ มันกลายมาเป็นหนึ่งในบริการของเรา ที่รับแก้บั๊ก แก้ไขปัญหาต่างๆ แก้ความเร็วเว็บไซต์ แก้ PageSpeed และ CLS
คือ ลูกค้างบมีอยู่จำกัดที่ระดับหนึ่ง เราก็พยายามทำทุกอย่างให้ดี ออกมาตรงตามแม่แบบเว็บไซต์ และเหลือกำไร มันมีแค่นั้น
แล้วที่ผมคิดไปเองจนประสาทจะกิน เมื่อหลายปีก่อน คือมันคิดไปเอง สรุปคือความกดดันที่อยากให้มันออกมาดี ระบบไม่มีปัญหา
ผมก็ทำอยู่ในงบที่ลูกค้าให้มาได้ และหลังจากนั้น งานก็เข้ามาเรื่อยๆ มีเงินเข้าเป็นพักๆ มีเรื่องมาให้ทำให้แก้ไขปัญหากับเว็บไซต์และแอปพลิเคชันตลอด แล้วเวลาก็ผ่านไป
ตอนนั้นผมอายุแค่ 30 ต้นๆ จนมาวันนี้ 43 ตอนนั้นผมอยู่ กทม. ทั้งมีงานสอน ทั้งงานทำเว็บไซต์ ออกไปสอนครึ่งวัน ได้เงินเข้ามา 3,500 ถึง 12,000 บาท บางทีได้ 5,000 บาท
บางทีลูกค้าบอกทำให้เลยละกันคิดเท่าไหร่ ตอนนั้นไม่ได้เผื่ออะไร คิดแค่ 18,000 บาท ตอนนี้มีเรื่องต้องเผื่อแก้ไขปัญหาบั๊กนั่นนี่ หรือปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คิดต่ำๆ 35,000 บาท แต่ถ้าลูกค้าไม่มีงบจริงๆ แล้วไม่สนใจว่าจะแก้เรื่องต่างๆ อะไรมากมาย งบน้อยๆ มันก็ทำได้ และมีวิธีทำ
แค่ผมเผื่อไว้แก้ปัญหาต่างๆ หรือความต้องการที่อาจเพิ่มขึ้นมาภายหลังครับ
เวลาทำจริงมันมีครับ จุดนั้นจุดนี้เอาแบบนี้ๆ ลูกค้าจะบอก แล้วโดยแม่แบบไม่เขียนโค้ดปรับแต่ง มันทำไม่ได้ เลยต้องกันไว้ทำครับ
กระทั่งจะเอา Page Speed ดีๆ มันยังต้องปรับแต่งแก้ไขแม่แบบครับ หรือจะทำ SEO คะแนนเต็มร้อย ทั้งการเขียนโค้ดเสริมอะไร มันก็ต้องใช้ทุนครับ
กลับไปยังบล็อก

แสดงความคิดเห็น

โปรดทราบว่าความคิดเห็นจะต้องได้รับการอนุมัติก่อนที่จะได้รับการเผยแพร่